KNOWLEDGE BANK @ SPU

เป็นโครงการเชื่อมโยงชุมชนนักวิชาการ อาจารย์ นักวิจัย บรรณารักษ์ และ นักศึกษามหาวิทยาลัยศรีปทุมในการนำคลังความรู้ของคณะและหน่วยงานมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน ในฐานข้อมูลเดียวกัน

 

คลังข้อมูลสถาบันมหาวิทยาลัยศรีปทุม

(SPU-IR : Sripatum University Institutional Repository)

แหล่งรวมข้อมูลผลงานด้านวิชาการของคณาจารย์ นักศึกษา และนักวิจัยของมหาวิทยาลัยศรีปทุม ได้แก่ บทความวิชาการ

ผลงานวิจัย วิทยานิพนธ์ สารนิพนธ์ ตำราและสื่อการสอน ที่จัดเก็บในรูปแบบดิจิทัล

เพื่อให้บุคลากร นักศึกษา และบุคคลทั่วไปที่สนใจ สามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลผลงานวิชาการ และเอกสารดิจิทัลต่าง ๆ

ของมหาวิทยาลัยศรีปทุม ได้อย่างเสรี (Free Open Access) เป็นการส่งเสริมคุณภาพและความแข็งแกร่งด้านวิชาการของ

มหาวิทยาลัย ให้เผยแพร่ เกิดการพัฒนาและต่อยอดองค์ความรู้ เพื่อนำไปสู่ประโยชน์ของประเทศ


ชุมชนใน SPU-IR

เลือกชุมชนเพื่อเรียกดูคอลเลคชัน

ตอนนี้กำลังแสดง1 - 8 ของ 33
กำลังโหลด...
รูปภาพขนาดย่อ

College of Aviation and Transportation

วิทยาลัยการบินและคมนาคม

กำลังโหลด...
รูปภาพขนาดย่อ

Graduate College of Management

วิทยาลัยบัณฑิตศึกษาด้านการจัดการ

กำลังโหลด...
รูปภาพขนาดย่อ

School of Business Administration

คณะบริหารธุรกิจ

กำลังโหลด...
รูปภาพขนาดย่อ

College of Logistics and Supply Chain

วิทยาลัยโลจิสติกส์และซัพพลายเชน

กำลังโหลด...
รูปภาพขนาดย่อ

Institute General Education

สำนักวิชาศึกษาทั่วไป

กำลังโหลด...
รูปภาพขนาดย่อ

School of Communication Arts

คณะนิเทศศาสตร์

กำลังโหลด...
รูปภาพขนาดย่อ

College of Tourism and Hospitality

วิทยาลัยการท่องเที่ยวและการบริการ

กำลังโหลด...
รูปภาพขนาดย่อ

School of Accounting

คณะบัญชี

ผลงานล่าสุด

รายการ
ความคิดเห็นของครูที่มีต่อภาวะผู้นำของผู้บริหารโรงเรียนอาชีวศึกษาเอกชน กลุ่มโรงเรียนในเครือไทย - เทค
(มหาวิทยาลัยศรีปทุม, 2551) สุจารี ฮีมินกูล
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบความคิดเห็นของครูที่มีต่อภาวะผู้นำของผู้บริหารโรงเรียนอาชีวศึกษาเอกชน กลุ่มโรงเรียนในเครือไทย-เทค กลุ่มตัวอย่างคือ ครูจำนวน 295 คน กลุ่มตัวอย่างเทียบจากตารางกำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างของเครจซี่และมอร์แกน (Krejcie and Morgan) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า มีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับ 98 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติทดสอบคือ t-test และ F-test และทดสอบความแตกต่างระหว่างค่าเฉลี่ยเป็นรายคู่ ด้วยวิธี Least Significant Difference (LSD)
รายการ
การพัฒนาทักษะการออกแบบกราฟิกของนักศึกษาสาขาการออกแบบกราฟิกด้วยการใช้ Generative AI
(Sripatum University, 2025) วีรภัทร สุธีรางกูร; Weeraphat Suteerangkul
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการใช้เครื่องมือ Generative AI และประสิทธิภาพในการสนับสนุนการออกแบบกราฟิก ประเมินทักษะการออกแบบกราฟิกของนักศึกษาในรายวิชาการออกแบบกราฟิกเบื้องต้น และประเมินทัศนคติของนักศึกษาต่อการใช้ Generative AI ในกระบวนการออกแบบกราฟิก โดยมีสมมติฐานว่าทักษะการออกแบบกราฟิกของนักศึกษาในรายวิชาพื้นฐานการออกแบบกราฟิกสามารถผ่านเกณฑ์ได้มากกว่าร้อยละ 80 ของผู้เข้าเรียน ตัวแปรต้นในการศึกษาคือการใช้ Generative AI ในการออกแบบกราฟิก ส่วนตัวแปรตามคือทักษะการออกแบบกราฟิกของนักศึกษาและทัศนคติของนักศึกษาต่อการใช้ Generative AI ต่อกระบวนการสร้างสรรค์งานกราฟิก การวิจัยนี้ใช้ประชากรเป็นนักศึกษาที่ลงทะเบียนในรายวิชาการออกแบบกราฟิกพื้นฐาน จำนวน 200 คน และเลือกกลุ่มตัวอย่างโดยการสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งกลุ่มจำนวน 50 คน จาก 1 กลุ่มเรียน เนื้อหาการศึกษาเน้นการใช้เครื่องมือ Generative AI ได้แก่ MidJourney, Adobe Firefly และ Canva AI เพื่อสนับสนุนการพัฒนาทักษะการออกแบบกราฟิกในรายวิชาการออกแบบกราฟิกพื้นฐาน และแบบประเมินการเรียนรู้ การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติเชิงพรรณนา การเปรียบเทียบ การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ และการวิเคราะห์เชิงคุณภาพ ผลการวิจัยจะช่วยให้เข้าใจประสิทธิภาพและแนวทางการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี Generative AI ในการพัฒนาทักษะการออกแบบกราฟิกของนักศึกษาในระดับอุดมศึกษา นักศึกษาที่ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง (51.3%) อายุเฉลี่ย 18-22 ปี (86%) สาขาที่มีผู้ตอบมากที่สุดคือดิจิทัลอาร์ตส์ (46.2%) รองลงมาคือคอมพิวเตอร์แอนิเมชันและวิชวลเอฟเฟ็กต์ (20.4%) นักศึกษาร้อยละ 80.1 เคยใช้ Generative AI ในการออกแบบกราฟิก โดยส่วนใหญ่มีประสบการณ์ใช้งานน้อยกว่า 6 เดือน (79.5%) เครื่องมือที่นิยมใช้งาน เช่น Canva AI, Midjourney, ChatGPT, Adobe Firefly, Stable Diffusion และ AI-Deate บทบาทของ AI ที่สำคัญ ได้แก่ การสร้างไอเดีย (81%) การสร้างภาพหรืองานออกแบบ (59%) และการปรับแต่งชิ้นงาน (32.9%) นักศึกษาที่ใช้ Generative AI มีคะแนนด้านความคิดสร้างสรรค์ ความสอดคล้องกับโจทย์ ความสมจริง และทักษะการใช้เครื่องมือ AI สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แบบประเมินที่ใช้ครอบคลุม 5 หัวข้อหลัก ได้แก่ ความคิดสร้างสรรค์ ความสอดคล้องกับโจทย์ ความสมจริงและคุณภาพ ทักษะการใช้เครื่องมือ AI และเวลา/ประสิทธิภาพ ผลงานของนักศึกษาหลังใช้ AI มีคุณภาพดีขึ้นทั้งในด้านความหลากหลายของไอเดีย ความเป็นนวัตกรรม และการนำเสนอผลงานที่ตอบโจทย์ได้ชัดเจน นักศึกษาส่วนใหญ่เห็นว่า AI ช่วยประหยัดเวลา เพิ่มประสิทธิภาพ และเปิดโอกาสให้สร้างสรรค์งานใหม่ ๆ อย่างไรก็ตาม มีข้อกังวลเรื่องความเป็นเอกลักษณ์ของผลงาน คุณภาพของผลลัพธ์ที่ AI สร้างขึ้น และความเสี่ยงด้านลิขสิทธิ์หรือการพึ่งพา AI มากเกินไป หลายคนเสนอให้พัฒนาเครื่องมือให้ใช้งานง่าย เหมาะกับผู้เริ่มต้น และมีแนวทางจริยธรรมที่ชัดเจน แม้ AI จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความหลากหลายของผลงาน แต่ยังพบว่านักศึกษาบางส่วนขาดความเข้าใจในหลักการออกแบบพื้นฐาน ซึ่งอาจนำไปสู่ผลงานที่ขาดคุณภาพหรือขาดความเป็นเอกลักษณ์ นอกจากนี้ยังมีประเด็นเรื่องจริยธรรมและการพึ่งพา AI มากเกินไป ซึ่งสอดคล้องกับทฤษฎีการเรียนรู้แบบผสมผสาน (Blended Learning) ที่เน้นการผสมผสานเทคโนโลยีกับทักษะมนุษย์ AI ไม่ได้มาแทนที่นักออกแบบทั้งหมด แต่เปลี่ยนแปลงวิธีการทำงานอย่างมีนัยสำคัญ นักออกแบบที่สามารถปรับตัวและใช้ AI เป็นเครื่องมือเสริมจะยังคงมีความสำคัญและได้เปรียบในอุตสาหกรรมนี้ ขณะเดียวกัน การเรียนรู้และพัฒนาทักษะที่ AI ยังไม่สามารถทดแทนได้จะเป็นจุดแข็งของมนุษย์ในอนาคต
รายการ
สภาพและปัญหาการประกันคุณภาพภายในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ ในเขตกรุงเทพมหานคร
(มหาวิทยาลัยศรีปทุม, 2551) พรประภา ถาวร
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพและปัญหาการประกันคุณภาพภายในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ ในเขตกรุงเทพมหานคร และเพื่อเปรียบเทียบสภาพและปัญหาการประกันคุณภาพภายในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ ในเขตกรุงเทพมหานคร จำแนกตามขนาด และประเภทของสถาบันอุดมศึกษาในองค์ประกอบ 9 ด้าน ที่สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษากำหนดให้เป็นเกณฑ์ การประเมินภายนอก กลุ่มตัวอย่างได้แก่ ผู้บริหาร และคณาจารย์ ในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ ในเขตกรุงเทพมหานคร ปีการศึกษา 2550 จำนวน 377 คน โดยใช้วิธีการเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบชั้นภูมิ (Stratified random sampling) ตามกลุ่มของสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือแบบสอบถามที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น และตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือ โดยหาความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหามีค่า IOC ระหว่าง 0.88 – 0.92 หาค่าความเชื่อมั่นโดยวิธีของครอนบาค แบบสอบถามการปฏิบัติงานประกันคุณภาพภายใน และปัญหา การประกันคุณภาพภายใน 0.934 และ 0.921 ตามลำดับ การเก็บรวบรวมข้อมูลผู้วิจัยแจกแบบสอบถามและรับคืนด้วยตนเอง การวิเคราะห์โดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูปทางสถิติ SPSS (Statistical Package for the Social Science) หาค่าคะแนนเฉลี่ย ส่วนความเบี่ยงเบนมาตรฐาน ร้อยละ การทดสอบค่าเฉลี่ยโดยการใช้ F-test และเปรียบเทียบความแตกต่างของค่าเฉลี่ยเป็นรายคู่โดยใช้ Scheffe test
รายการ
การศึกษาบุคลิกภาพตามแนวจริต 6 ในพระพุทธศาสนาของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักเขตพื้นที่การศึกษาจังหวัดนนทบุรี
(มหาวิทยาลัยศรีปทุม, 2550) กนกกาญจน์ สินภิบาล
การวิจัยครั้งนี้เป็นการศึกษาเชิงสำรวจ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาบุคลิกภาพตามแนวจริต 6 ในพระพุทธศาสนาของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา จังหวัดนนทบุรี และเพื่อศึกษาเปรียบเทียบบุคลิกภาพตามแนวจริต 6 ในพระพุทธศาสนาของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา จังหวัดนนทบุรี ซึ่งได้มาจากการสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งกลุ่ม (Cluster Sampling) จำนวน 277 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ แบบสำรวจบุคลิกภาพตามแนวจริต 6 ซึ่ง สุรีรัตน์ ฝนอรุณ เป็นผู้สร้าง จำนวน 341 ข้อ เมื่อนำมาใช้กับกลุ่มตัวอย่างมีค่าความเที่ยงตรงตามเนื้อหา (IOC) ระหว่าง 0.08 – 1.00 ค่าความเชื่อมั่น (a-coefficient) เท่ากับ 0.9486 วิเคราะห์ข้อมูลโดยโปรแกรมสำเร็จรูป SPSS for Windows เพื่อคำนวณหาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ การทดสอบความแตกต่างระหว่างค่าเฉลี่ยของกลุ่มตัวอย่างสองกลุ่มที่เป็นอิสระต่อกัน (t-test) การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (ANOVA) และการหาความแตกต่างรายคู่โดยใช้วิธีการของ Scheffe
รายการ
ปัญหากฎหมายเกี่ยวกับมาตรการการเข้าถึงเอกสารทางโทรศัพท์เคลื่อนที่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
(มหาวิทยาลัยศรีปทุม, 2568) สวรส สุขเกื้อ
การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ ปัญหา ศึกษาแนวคิด และทฤษฎีการสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานทางโทรศัพท์เคลื่อนที่ โดยศึกษาจากพยานเอกสารและพยานบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการใช้โทรสัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งมาตรการที่เกี่ยวข้องยังไม่ครอบคลุมและขาดความชัดเจน โดยศึกษาเปรียบเทียบกฎหมายไทยกับกฎหมายต่างประเทศเพื่อเสอนแนะแนวทางปรับปรุงกฎหมายให้เหมาะสมและมีประสิทธิภาพ