KNOWLEDGE BANK @ SPU

เป็นโครงการเชื่อมโยงชุมชนนักวิชาการ อาจารย์ นักวิจัย บรรณารักษ์ และ นักศึกษามหาวิทยาลัยศรีปทุมในการนำคลังความรู้ของคณะและหน่วยงานมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน ในฐานข้อมูลเดียวกัน

 

คลังข้อมูลสถาบันมหาวิทยาลัยศรีปทุม

(SPU-IR : Sripatum University Institutional Repository)

แหล่งรวมข้อมูลผลงานด้านวิชาการของคณาจารย์ นักศึกษา และนักวิจัยของมหาวิทยาลัยศรีปทุม ได้แก่ บทความวิชาการ

ผลงานวิจัย วิทยานิพนธ์ สารนิพนธ์ ตำราและสื่อการสอน ที่จัดเก็บในรูปแบบดิจิทัล

เพื่อให้บุคลากร นักศึกษา และบุคคลทั่วไปที่สนใจ สามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลผลงานวิชาการ และเอกสารดิจิทัลต่าง ๆ

ของมหาวิทยาลัยศรีปทุม ได้อย่างเสรี (Free Open Access) เป็นการส่งเสริมคุณภาพและความแข็งแกร่งด้านวิชาการของ

มหาวิทยาลัย ให้เผยแพร่ เกิดการพัฒนาและต่อยอดองค์ความรู้ เพื่อนำไปสู่ประโยชน์ของประเทศ


ชุมชนใน SPU-IR

เลือกชุมชนเพื่อเรียกดูคอลเลคชัน

ตอนนี้กำลังแสดง1 - 8 ของ 33
กำลังโหลด...
รูปภาพขนาดย่อ

College of Aviation and Transportation

วิทยาลัยการบินและคมนาคม

กำลังโหลด...
รูปภาพขนาดย่อ

Graduate College of Management

วิทยาลัยบัณฑิตศึกษาด้านการจัดการ

กำลังโหลด...
รูปภาพขนาดย่อ

School of Business Administration

คณะบริหารธุรกิจ

กำลังโหลด...
รูปภาพขนาดย่อ

College of Logistics and Supply Chain

วิทยาลัยโลจิสติกส์และซัพพลายเชน

กำลังโหลด...
รูปภาพขนาดย่อ

Institute General Education

สำนักวิชาศึกษาทั่วไป

กำลังโหลด...
รูปภาพขนาดย่อ

School of Communication Arts

คณะนิเทศศาสตร์

กำลังโหลด...
รูปภาพขนาดย่อ

College of Tourism and Hospitality

วิทยาลัยการท่องเที่ยวและการบริการ

กำลังโหลด...
รูปภาพขนาดย่อ

School of Accounting

คณะบัญชี

ผลงานล่าสุด

รายการ
การไม่ได้รับการพิจารณาในวาระนโยบายของร่างพระราชบัญญัติบำนาญแห่งชาติพ.ศ. .... : การวิเคราะห์เชิงแนวคิดพหุกระแสและพันธมิตรสนับสนุนนโยบาย.
(2568-12) ปิยากร หวังมหาพร
การไม่ได้รับการพิจารณาในวาระนโยบายของร่างพระราชบัญญัติบ านาญแห่งชาติ พ.ศ. .... : การวิเคราะห์เชิงแนวคิดพหุกระแสและพันธมิตรสนับสนุนนโยบาย เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพโดยการวิจัยเอกสาร ระหว่างปี พ.ศ. 2551 - 2567 การวิจยั คร้ังนี้เป็นการวิเคราะห์ผ่านแนวคิดพหุกระแส ได้แก่ กระแสนโยบาย กระแสปัญหา และ กระแสการเมือง บูรณาการกับแนวคิดพันธมิตรสนับสนุนนโยบายที่มุ่งเน้นบทบาทของพันธมิตรสนับสนุนนโยบายซึ่งมีความเชื่อร่วมกัน การวิจัยคร้ังนี้วิเคราะห์ข้อมูลโดยการตีความจากเอกสาร ผลการวิจัยพบว่า ร่างพระราชบัญญัติบำนาญแห่งชาติ พ.ศ. ....ไม่สามารถเข้าสู่วาระการพิจารณาของรัฐบาลได้เนื่องจากกระแสการเมือง เนื่องจากรัฐบาลไม่มีนโยบายเกี่ยวกับรัฐสวัสดิการรวมท้ังรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยให้อานาจแก่นายกรัฐมนตรีตัด สินใจรับหรือไม่รับร่างกฎหมายเกี่ยวกับการเงิน ด้วยเหตุนี้ร่างพระราชบัญญัติบำนาญแห่งชาติ พ.ศ. .... จึงไม่ได้รับการรับรองจากนายกรัฐมนตรีและตกไป แม้ว่าผู้ประกอบการนโยบาย เช่น ภาคประชาชน พรรคการเมือง นักวิชาการ คณะกรรมาธิการการสวัสดิการสังคม สภาผู้แทนราษฎรซึ่งมีความเชื่อร่วมกันเกี่ยวกับสวัสดิการพ้ืนฐานแก่ผู้สูงอายุหลังเกษียณได้ใช้ความพยายามในการผลักดันร่างกฎหมายฉบับดังกล่าว แต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ
รายการ
ผลสัมฤทธิ์การจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิคแบบร่วมมือ STAD ผ่านระบบออนไลน์ในรายวิชานวัตกรรมการปกครองการบริหารสาธารณะ สำหรับนักศึกษาหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัย A
(2568-12) ปิยากร หวังมหาพร
การวิจัยเรื่องผลสัมฤทธิ์การจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิคแบบร่วมมือ STAD ผ่านระบบออนไลน์ในรายวิชานวัตกรรมการปกครองการบริหารสาธารณะสําหรับนักศึกษาหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิตมหาวิทยาลัย A มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ผลสัมฤทธิ์การการจัดการเรียนรู้ในวิชานวัตกรรมการปกครองการบริหารสาธารณะโดยวิธีการจัดการเรียนแบบร่วมมือด้วยเทคนิค STADก่อนและหลังเรียนและศึกษาความพึงพอใจต่อผลสัมฤทธิ์การจัดการเรียนแบบร่วมมือด้วยเทคนิค STADในวิชานวัตกรรมการปกครองการบริหารสาธารณะประชากรคือ นักศึกษาหลักสูตรรรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิตที่ลงทะเบียนเรียนในวิชานวัตกรรมการปกครองการบริหารสาธารณะ ภาคการศึกษาที่ 2 ปีการศึกษา 2566 จํานวน 90 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยมี 4 ชนิด คือ แผนการจัดการเรียนรู้ แบบทดสอบวัดผลเรียนแบบปรนัย แบบเขียนบรรยายและแบบประเมินความพึงพอใจของการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือด้วยเทคนิค STADสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลคือ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที ผลการวิจัยพบว่า ผลการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิคแบบร่วมมือ STADผ่านระบบออนไลน์มีผลการจัดการเรียนรู้สูงขึ้นตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ และความพึงพอใจต่อความพึงพอใจต่อผลการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิคแบบร่วมมือ STAD ผ่านระบบออนไลน์อยู่ในระดับมากที่สุด
รายการ
ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเป็นองค์กรแห่งนวัตกรรมของธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์ในประเทศไทย
(วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์, 2567-07) ประเสริฐ สิทธิจิรพัฒน์; กิ่งแก้ว พรอภิรักษสกุล
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาระดับของปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเป็นองค์กรแห่งนวัตกรรมของธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์ในประเทศไทย และศึกษาอิทธิพลของปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเป็นองค์กรแห่งนวัตกรรมของธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์ในประเทศไทย ผู้วิจัยกำหนดกลุ่มตัวอย่างในการศึกษาวิจัยครั้งนี้ คือ ผู้บริหารระดับหัวหน้าแผนกขึ้นไปที่ปฏิบัติงานกลุ่มธุรกิจขนส่ง และ โลจิสติกส์ที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เท่านั้น จำนวน 300 คน ผู้วิจัยได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูล โดยการรวบรวมแบบสอบถามที่ได้รับทั้งหมด นำมาวิเคราะห์และประมวลผลข้อมูล โดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูปทางสถิติเพื่อการวิจัย สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลในการศึกษาครั้งนี้ มีดังนี้ ค่าความถี่ และค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และ ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และวิเคราะห์สมการถดถอยพหุคูณ สำหรับค่านัยสำคัญทางสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์กําหนดไว้ที่ระดับ 0.05 ผลการวิจัย พบว่า ระดับของปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเป็นองค์กรแห่งนวัตกรรมของธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์ในประเทศไทย อยู่ในระดับมาก และปัจจัยด้านเทคโนโลยีดิจิทัล มีอิทธิพลต่อการเป็นองค์กรแห่งนวัตกรรมของธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์ในประเทศไทย อยู่ในระดับมาก
รายการ
ความผูกพันต่อองค์กรของพยาบาลวิชาชีพในกรุงเทพมหานคร
(วารสารสิ่งแวดล้อมศึกษาการแพทย์และสุขภาพ, 2568) ผศ.ดร.ประเสริฐ สิทธิจิรพัฒน์; ผศ.กิ่งแก้ว พรอภิรักษสกุล
การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงสารวจ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับความผูกพันต่อองค์กรของพยาบาลวิชาชีพ และ 2) ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยองค์การกับความผูกพันต่อองค์กรของพยาบาลวิชาชีพในกรุงเทพมหานคร กลุ่มตัวอย่างคือ พยาบาลวิชาชีพในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร จานวน 400 คน ใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือรวบรวมข้อมูล สถิติที่ใช้ ในการวิจัย ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน ผลการศึกษาพบว่า ความผูกพันของพยาบาลวิชาชีพโดยรวมอยู่ในระดับสูง (Mean = 4.33, SD = 0.67) ส่วนผลการ วิเคราะห์ภาพรวมของปัจจัยองค์กร พบว่า บุคลากรมีระดับความผูกพันต่อองค์กรโดยรวมอยู่ในระดับสูง (Mean = 4.36, SD = 0.69) โดยองค์ประกอบด้านความมั่นคงมีคะแนนเฉลี่ยสูงที่สุด คะแนนเฉลี่ยอยู่ในระดับสูงมาก (Mean = 4.66, SD = 0.50) สาหรับ ผลการทดสอบความสัมพันธ์ของปัจจัยองค์การและความผูกพันของพยาบาลวิชาชีพ พบว่า ปัจจัยองค์การโดยรวมมีความสัมพันธ์ ทิศทางเดียวกันในระดับปานกลางกับความผูกพันของพยาบาลวิชาชีพในภาพรวม อย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 คาสาคัญ: ความผูกพันต่อองค์กร พยาบาลวิชาชีพในกรุงเทพมหานคร
รายการ
อิทธิพลของปัจจัยกลยุทธ์การตลาด 4Ps ที่มีต่อการตัดสินใจซื้อชาสมุนไพรจีนเพื่อสุขภาพของประชาชน เขตกรุงเทพมหานคร ประเทศไทย
(วารสารสิ่งแวดล้อมศึกษาการแพทย์และสุขภาพ, 2568-09-25) ผศ.กิ่งแก้ว พรอภิรักษสกุล; ผศ.ดร.ประเสริฐ สิทธิจิรพัฒน์
บทความวิจัยเรื่อง อิทธิพลของปัจจัยกลยุทธ์การตลาด 4Ps ที่มีต่อการตัดสินใจซื้อชาสมุนไพรจีนเพื่อสุขภาพ ของประชาชน เขตกรุงเทพมหานคร ประเทศไทย ครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับของปัจจัยส่วนบุคคล ส่วนประสมทางการตลาด 4Ps และกระบวนการตัดสินใจซื้อชาสมุนไพรจีนเพื่อสุขภาพของประชาชน เขตกรุงเทพมหานคร ประเทศไทย และเพื่อศึกษาผลของส่วนประสมทางการตลาด 4Ps ที่มีอิทธิพลต่อกระบวนการตัดสินใจซื้อช้าสมุนไพรจีนเพื่อสุขภาพของประชาชน เขตกรุงเทพมหานคร ประเทศไทย กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยก้าหนดขนาดของกลุ่มตัวอย่าง โดยการหากลุ่มตัวอย่างเมื่อไม่ทราบขนาดประชากรที่แน่ชัด ของ Taro Yamane 1973 ทีระดับความเชื่อมั่น 95% ได้กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ทั้งสิ้น จ้านวน 500 คนเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลการวิจัยครั้งนี้ คือ แบบสอบถาม (Questionnaire) โดยแบบสอบถามเป็นแบบคัดกรอง วิเคราะห์ข้อมูลโดย ค่าความถี่ (Frequency) ค่าร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย (Mean) ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation หรือ S.D.) และการวิเคราะห์หาการถดถอยพหุคูณ (Multiple Regression) ผลการวิจัยพบว่า ปัจจัยด้าน ผลิตภัณฑ์ ส่งผลต่อกระบวนการตัดสินใจซื้อสูงที่สุด รองลงมาคือ ช่องทางจัดจ้าหน่าย, ราคา, และ การส่งเสริมการตลาด ผลการวิเคราะห์แสดงให้เห็นว่า 4Ps มีผลกระทบในเชิงบวกและมีนัยส้าคัญต่อการตัดสินใจซื้อของประชาชนในเขตกรุงเทพฯ ธุรกิจควรให้ความส้าคัญกับการพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ และจัดจ้าหน่ายอย่างครอบคลุม เพื่อกระตุ้นการซื้อซ้าและสร้างความภักดีในระยะยาว