GRA-09. วิทยานิพนธ์ปริญญาโท
URI ถาวรสำหรับคอลเล็กชันนี้
เรียกดู
การส่งล่าสุด
รายการ ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนเตรียมทหาร(มหาวิทยาลัยศรีปทุม, 2552) อัญพัชร์ ปิยะวิชิตศักดิ์การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนเตรียมทหาร และเพื่อสร้างสมการพยากรณ์ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาของนักเรียน กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนเตรียมทหารชั้นปีที่ 1 ปีการศึกษา 2552 จำนวน 225 นาย เลือกแบบแบ่งชั้นภูมิ (Statified random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ เป็นแบบสอบถาม จำนวน 143 ข้อ หาค่าความเชื่อมั่นใช้ a – Coefficient ของครอนบาค มีค่าทั้งฉบับ้ท่ากับ 0.892 และ ค่าความเที่ยงตรง (Validity) โดยหาค่า IOC มีค่าเท่ากับ 0.8973รายการ การศึกษาปัจจัยเชิงสาเหตุที่ส่งผลตอการดำเนินงานของผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์เซรามิก ในเขตพื้นที่ภาคกลางของประเทศไทย(มหาวิทยาลัยศรีปทุม, 2557) ชลธิชา สุภาพการศึกษาเรื่อง “การศึกษาปัจจัยเชิงสาเหตุที่ส่งผลต่อการดำเนินงานของผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์เซรามิก ในเขตพื้นที่ภาคกลางของประเทศไทย” วัตถุประสงค์ของการวิจัยในครั้งนี้ เพื่อศึกษาผลการดำเนินงานของผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์เซรามิกในเขตพื้นที่ภาคกลางของประเทศไทย จำแนกตามลักษณะของสถานประกอบการ และเพื่อศีกษาปัจจัยเชิงสาเหตุที่ส่งผลต่อผลการดำเนินงานของผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์เซรามิกในเขตพื้นที่ภาคกลางของประเทศไทย การวิจัยครั้งนี้ใช้แบบสอบถามและแบบสัมภาษณ์เป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล โดยใช้วิธีสุ่มตัวอย่างอย่างง่าย (Simple Random Sampling) สำรวจข้อมูลโดยใช้วิธีการส่งไปรษณีย์ จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ และด้วยตนเอง โดยใช้สถิติการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติอ้างอิง ได้แก่ One-Way ANOVA, Correlation Analysis และ Multiple Regression Analysisรายการ ความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำทางวิชาการกับการบริหารจัดการการเรียนการสอนภาษาจีนของโรงเรียนเอกชนที่เน้นการสอนภาษาจีนในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล(มหาวิทยาลัยศรีปทุม, 2558) ดลทิตยา รัตนสาขาการวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาภาวะผู้นำทางวิชาการและการบริหารจัดการโรงเรียนเอกชนที่เน้นการสอนภาษาจีน และ (2) ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำทางวิชาการ กับการบริหารจัดการโรงเรียนเอกชนที่เน้นการสอนภาษาจีน กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้บริหาร ครูสอนภาษาจีนและครูผู้สอน โรงเรียนเอกชนที่เน้นการสอนภาษาจีน จำนวน 170 คน โดยกำหนดกลุ่มตัวอย่างจากการเทียบตารางของ Krekcie and Morgan และการสุ่มอย่างง่าย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย โดยใช้แบบสอบถามที่ดำเนินการตรวจสอบคุณภาพด้านความตรงเชิงเนื้อหา การใช้ภาษา โดยผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งมีเกณฑ์ในการตัดสินเลือกเฉพาะข้อคำถามที่มีค่าดัชนีความสอดคล้อง ที่คำนวณได้เท่ากับ 0.87 และนำแบบสอบถามไปทดสอบใช้กับ ผู้บริหาร ครูสอนภาษาจีน และครูผู้สอน ในโรงเรียนที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่าง เพื่อหาความเชื่อมั่น โดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูปความเที่ยงของแบบสอบถามที่ยอมรับได้มีเท่ากับ 0.80รายการ เหตุจูงใจการเลือกศึกษาต่อระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงของนักศึกษากลุ่มวิทยาลัยในเครือไทย-เทค(มหาวิทยาลัยศรีปทุม, 2558) เอื้อมพร ชุ่มสีดาการศึกษาวิจัยเรื่อง เหตุจูงใจการเลือกศึกษาต่อระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงของนักศึกษากลุ่มวิทยาลัยในเครือไทย-เทค มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาเหตุจูงใจเลือกศึกษาต่อของนักศึกษากลุ่มวิทยาลัยในเครือไทย-เทค 2) เปรียบเทียบเหตุจูงใจการเลือกศึกษาต่อของนักศึกษากลุ่มวิทยาลัยในเครือไทย-เทค จำแนกตามข้อมูลพื้นฐาน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ นักศึกษากลุ่มวิทยาลัยในเครือไทย-เทค ในเขตกรุงเทพมหานคร ปีการศึกษา 2558 ในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงปีที่ 1 สุ่มตัวอย่างง่าย (Simple random sampling) ได้จำนวน 400 คน ระยะในการดำเนินการวิจัยตั้งแต่เดือน ตุลาคม 2558-มิถุนายน 2559 เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูลในการวิจัยครั้งนี้ เป็นแบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ประกอบด้วยค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าร้อยละและการทดสอบค่า F-Testรายการ การศึกษาการประกันคุณภาพการศึกษา ของวิทยาลัยอาชีวศึกษา กลุ่มสถานศึกษาภาคกลาง ที่ผ่านการประเมินคุณภาพภายนอกในระดับดีมาก(มหาวิทยาลัยศรีปทุม, 2558) สายพิณ จำเดิมการวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการประกันคุณภาพการศึกษาของวิทยาลัยอาชีวศึกษา กลุ่มสถานศึกษาภาคกลาง ที่ผ่านการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสามในระดับดีมาก กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ผู้ให้ข้อมูลในการวิจัย คือ ผู้บริหารสถานศึกษา 5 คน และครูที่ทำหน้าที่หัวหน้างานประกันคุณภาพ 2 คน วิทยาลัยอาชีวศึกษาสิงห์บุรี และวิทยาลัยอาชีวศึกษาสุพรรณบุรี ประจำปีการศึกษา 2558 ได้มาโดยวิธีการเลือกแบบเจาะจงเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ แบบสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interview) การสังเกต สนทนาพูดคุย ศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานประกันคุณภาพการศึกษา ตามมาตรฐานการศึกษาด้านการอาชีวศึกษา 1) มาตรฐานด้านผลการจัดการศึกษา 2) มาตรฐานการบริหารจัดการศึกษา 3) มาตรฐานการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ 4) มาตรฐานการประกันคุณภาพภายใน รวบรวมข้อมูลที่ได้นำมาวิเคราะห์ข้อมูลเชิงเนื้อหา (Content analysis) และนำมาตีความหมาย หลังจากนั้นนำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลด้วย การสรุป บรรยายรายการ การวิเคราะห์ความต้องการจำเป็นของบทบาทผู้บริหารโรงเรียนนำร่องตามนโยบาย "ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้" สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา กรุงเทพมหานคร(มหาวิทยาลัยศรีปทุม, 2558) สะนิ แกละมงคลการวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 2 ข้อ (1) เพื่อศึกษาบทบาทผู้บริหารโรงเรียนนำร่องตามนโยบาย “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา กรุงเทพมหานคร และ (2) เพื่อวิเคราะห์ความต้องการจำเป็นในการบริหารโรงเรียนตามนโยบาย “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” ของผู้บริหารโรงเรียนนำร่อง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา กรุงเทพมหานคร ประชากรในการวิจัย คือ ผู้บริหารโรงเรียนนำร่องที่เข้าร่วมโครงการจำนวน 145 คน จาก 29 โรงเรียน ผู้วิจัยเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยตัวเอง การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณใช้สถิติเชิงบรรยาย ได้แก่ ความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์แสดงความต้องการจำเป้นโดยใช้ Priority Needs Index (PNI) การวิเคราะหืข้อมูลเชิงคุณภาพใช้วิธีการวิเคราะห์เนื้อหารายการ การศึกษาเหตุผลจูงใจและความคาดหวังของผุ้ปกครองในการส่งนักเรียนเข้าศึกษาในวิทยาลัยอาชีวศึกษาเอกชนในเครือไทย-เทค(มหาวิทยาลัยศรีปทุม, 2557) ศุภฤกษ์ ศรีชะฎาการศึกษาวิจัยครั้งนี้เพื่อศึกษาเหตุจูงใจและความคาดหวังของผู้ปกครองในการส่งนักเรียนเข้าศึกษาในวิทยาลัยอาชีวศึกษาเอกชนในเครือ ไทย-เทค และเพื่อนำเสนอแนวทางการบริหารจัดการในการส่งเสริมให้ผู้ปกครองส่งนักเรียนเข้าศึกษาต่อในวิทยาลัยอาชีวศึกษาเอกชนในเครือ ไทย-เทค กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ ผู้ปกครองนักเรียนอาชีวศึกษาเอกชนในเครือ ไทย-เทค ปีการศึกษา 2558 จำนวน 320 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ แบบสอบถามและวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ดปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูปทางสถิติ โดยสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานรายการ ความสัมพันธ์ระหว่างการประกันคุณภาพและการขับเคลื่อนสถานศึกษาสู่ประชาคมอาเซียนในโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 1(มหาวิทยาลัยศรีปทุม, 2558) สุประวีณ์ ทิพย์โพธิ์การวิจัยครั้งนี้มี วัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการประกันคุณภาพกับการขับเคลื่อนสถานศึกษาสู่ประชาคมอาเซียนในโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 1 ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้มาโดยวิธีเลือกแบบเฉพาะเจาะจง (Purposive Selection) ได้แก่ ผู้อำนวยการโรงเรียน รองผู้อำนวยการโรงเรียนกลุ่มบริหารงานวิชาการ และหัวหน้างานประกันคุณภาพหรือครูผู้รับผิดชอบงานประกันคุณภาพ ในโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 1 จำนวน 67 โรงเรียน รวมทั้งสิ้น 201 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นแบบสอบถาม 2 แบบ ได้แก่ แบบสอบถามปลายปิด และแบบสอบถามปลายเปิด แบบมาตรวัดประเมินค่า 5 ระดับ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สันรายการ ผลของความรู้และเจตคติของบุคลากรที่มีต่อการมีส่วนร่วมในการดำเนินงานการประกันคุณภาพการศึกษาของวิทยาลัยอาชีวศึกษาเอกชนในเครือไทย-เทค(มหาวิทยาลัยศรีปทุม, 2558) นงลักษณ์ ตระกูลวงศ์การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อศึกษาการมีส่วนร่วมในการดำเนินงานการประกันคุณภาพการศึกษาของบุคลากร (2) เพื่อศึกษาความรู้และเจตคติของบุคลากรเกี่ยวกับการดำเนินงานการประกันคุณภาพการศึกษา และ (3) เพื่อศึกษาความรู้และเจตคติของบุคลากรเกี่ยวกับการประกันคุณภาพการศึกษาที่มีผลต่อการมีส่วนร่วมในการดำเนินงานประกันคุณภาพการศึกษาของวิทยาลัยอาชีวศึกษาเอกชนในเครือไทย-เทค การวิจัยนี้รวบรวมข้อมูลจากประชากร (Census) คือ ผู้บริหาร ครู และเจ้าหน้าที่วิทยาลัยอาชีวศึกษาเอกชนในเครือไทย-เทค ปีการศึกษา 2558 จำนวน 298 คน ด้วยแบบสอบถาม วิเคราะห์และนำเสนอข้อมูลด้วยค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ (Regression Analysis)รายการ ตัวแปรที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพ e-Learning สำหรับนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ในวิทยาลัยอาชีวศึกษาเอกชน เครือไทย-เทค(มหาวิทยาลัยศรีปทุม, 2557) รังษิณี คอทองการวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาประสิทธิภาพ e-Learning และ 2) เพื่อวิเคราะห์ตัวแปรที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพ e-Learning ในวิทยาลัยอาชีวศึกษาเอกชนเครือ ไทย-เทค ประชากรของการศึกษา คือ นักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ชั้นปีที่ 2 วิทยาลัยอาชีวศึกษาเอกชนเครือ ไทย-เทค ปีการศึกษา 2558 กลุ่มตัวอย่างถูกเลือกแบบมีระบบจำนวน 313 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถาม ข้อมูลถูกวิเคราะห์และนำเสนอด้วยค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณแบบขั้นต้นรายการ การศึกษาการบริหารงานวิชาการที่มุ่งเน้นคุณภาพของโรงเรียนประชานิเวศน์(มหาวิทยาลัยศรีปทุม, 2558) นงค์นุช วงศ์เหง้าการวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาการบริหารงานวิชาการที่มุ่งเน้นคุณภาพของโรงเรียนประชานิเวศน์ ซึ่งเป็นโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดกรุงเทพมหานคร มีผลคะแนนการทดสอบทางการศึกษาระดับขั้นพื้นฐาน (Ordinary National Education Test –ONET) ผ่านทั้ง 5 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ประจำปีการศึกษา 2558 มีจำนวนหนึ่งโรงเรียน คือ โรงเรียนประชานิเวศน์ เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร การดำเนินการวิจัยเป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) วิธีการวิจัยใช้รูปแบบการศึกษาเฉพาะกรณี (Case study method) โดยการสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง (Structural Interviewing Guidelines) ผู้ให้ข้อมูลในการวิจัย รวมทั้งสิ้น 7 คน คือ ผู้บริหารโรงเรียน รองผู้บริหารฝ่ายวิชาการ หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ 5 กลุ่มสาระการเรียนรู้ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย แบบสัมภาษณ์ การวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากการสัมภาษณ์ โดยนำมาวิเคราะห์เชิงเนื้อหา และนำเสนอผลการวิจัยและการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการบรรยายรายการ กลยุทธ์การบริหารจัดการการจัดกิจกรรมนำความรู้สู่สังคมของนักศึกษาร่วมกันระหว่างชุมชน ของกลุ่มวิทยาลัยในเครือไทย-เทค(มหาวิทยาลัยศรีปทุม, 2567) จุฑารัตน์ แสงลอยการดำเนินการวิจัยครั้งนี้ เป็นการวิจัยเรื่องกลยุทธ์การบริหารจัดการจัดกิจกรรมนำความรู้สู่สังคมของนักศึกษาร่วมกันระหว่างชุมชนของกลุ่มวิทยาลัยในเครือไทย-เทค มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาผลการดำเนินการการจัดกิจกรรมนำความรู้สู่สังคมร่วมกันระหว่างชุมชนของวิทยาลัยในเครือไทย-เทค 2) กำหนดกลยุทธ์การบริหารจัดการการจัดกิจกรรมนำความรู้สู่สังคมร่วมกันระหว่างชุมชนของวิทยาลัยในเครือไทย-เทค 3) ประเมินกลยุทธ์การบริหารจัดการการจัดกิจกรรมนำความรู้สู่สังคมร่วมกันระหว่างชุมชนของวิทยาลัยในเครือไทย-เทค โดยการดำเนินการวิธีวิจัยจัดทำเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 ศึกษาผลการดำเนินการจัดกิจกรรมนำความรุ้สู่สังคม ระยะที่ 2 กำหนดกลยุทธ์การบริหารจัดการการจัดกิจกรรมนำความรู้สู่สังคม และระยะที่ 3 ประเมินกลยุทธ์ในการจัดกิจกรรมการนำความรู้สู่สังคมร่วมกันระหว่างชุมชน (SSR) ของกลุ่มวิทยาลัยในเครือไทย-เทค โดยแบ่งเป็น 4 ด้านคือ พิจารณาความเหมาะสม ความเป็นไปได้ ความสอดคล้องและความเป็นประโยชน์ เครื่องมือที่ใช้ คือ แบบสัมภาษณ์ แบบสอบถาม และแบบประเมิน มีค่าความเชื่อมั่น 0.901 สถิติที่ใช้ วิเคราะห์สถิติพื้นฐาน ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และวิเคราะห์เนื้อหารายการ การบริหารสถานศึกษาเอกชนระดับประถมศึกษาที่ใช้หลักสูตรที่เน้นการสอนด้วยภาษาอังกฤษที่มีประสิทธิผล(มหาวิทยาลัยศรีปทุม, 2567) จิตนิภา สว่างแจ้งการศึกษาวิจัยในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาการบริหารจัดการหลักสูตรการสอนที่เน้นภาษาอังกฤษในสถานศึกษาเอกชนในระดับประถมศึกษาที่ผ่านการประเมินมาตรฐานสากล 2) เพื่อเปรียบเทียบการบริหารจัดการหลักสูตรที่เน้นภาษาอังกฤษของโรงเรียนเอกชนระดับประถมศึกษาตามความคาดหวังของผู้บริหาร ครู และผู้ปกครอง และ 3) เพื่อกำหนดแนวทางในการบริหารจัดการของโรงเรียนเอกชนระดับประถมศึกษาที่เน้นภาษาอังกฤษที่มีประสิทธิผล การวิจัยครั้งนี้เก็บรวบรวมข้อมูลจากการสัมภาษณ์เชิงลึกจากผู้บริหารที่ผ่านการประเมินมาตรฐานสากล จำนวนทั้งสิ้น 2 โรงเรียน และผู้บริหาร ครู ผู้ปกครอง จำนวน 928 คน จากจำนวน 32 โรงเรียน เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสัมภาษณ์และแบบสอบถาม สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน t-test ANOVA แบบ Dunnett t3 และวิเคราะห์เนื้อหารายการ การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างความเป็นผู้นำเชิงจริยธรรมกับประสิทธิผลโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 4(มหาวิทยาลัยศรีปทุม, 2567) ดุษฎี นาเสงี่ยมการวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาระดับความเป็นผู้นำเชิงจริยธรรมของผู้บริหารสถานศึกษา 2) เพื่อศึกษาประสิทธิผลโรงเรียน และ 3) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างความเป็นผู้นำเชิงจริยธรรมของผู้บริหารสถานศึกษากับประสิทธิผลโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 4 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษาและครู จำนวน 315 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย เป็นแบบสอบถามแสดงความคิดเห็น มีค่าความเที่ยงตรงระหว่าง 0.67 – 1.00 ค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.943 วิเคราะห์ข้อมูลด้วย ค่าความถี่ ค่าร้อยะ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและค่าสัมประสิทธ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สันรายการ ปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิผลการปฏิบัติงานของครูกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 2(มหาวิทยาลัยศรีปทุม, 2567) พรพรรณ ประทุมชัยการวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อ 1) ศึกษาประสิทธิผลการปฏิบัติงานของครูกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ ของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 2 ประชากรของการศึกษาเป็นครุกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 2 สุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้นภูมิ (Stratified Random Sampling) จำนวน 181 คน เครื่องมือวิจัย คือแบบสอบถาม ซึ่งมีค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามเท่ากับ 0.942 สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมุล ไก้แก่ ความถี่ ร้อยละ คะแนนเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณแบบขั้นต้นรายการ การศึกษาความแตกต่างของเจนเนอเรชั่นที่มีต่อสมรรถนะการปฏิบัติงานของครูในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา จ. ปทุมธานี เขต 2(มหาวิทยาลัยศรีปทุม, 2567) เขมมิรินทร์ ทุมลาการศึกษาวิจัยในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาสมรรถนะการปฏิบัติงานของครูในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานพื้นที่การศึกษา จ. ปทุมธานี เขต 2 (2) ศึกษาความแตกต่างของสมรรถนะในการปฏิบัติงานของครูที่มีเจนเนอเรชั่นต่างกัน กลุ่มตัวอย่างในการวิจัย คือ ครูในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา จ. ปทุมธานี เขต 2 จำนวนทั้งสิ้น 11 โรงเรียน ครู 274 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ แบบสอบถามและสถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าความถี่ (Frequency) ค่าเฉลี่ย X และ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One – Way ANOVA) ด้วยสถิติ F-Testรายการ ความสมบูรณ์ของสัญญารับตั้งครรภ์แทน(Sripatum University, 2567) รัฐธีร์ หนูเทศวิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาถึงเรื่องความสมบูรณ์ของสัญญารับตั้งครรภ์แทนและการนำประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ลักษณะนิติกรรม-สัญญาที่มีอยู่ในปัจจุบันมาปรับใช้กับสัญญาตั้งรับครรภ์แทน เพื่อให้สัญญาตั้งรับครรภ์แทนเป็นสัญญาที่มีความสมบูรณ์ รวมถึงแนวทางในการบัญญัติกฎหมายที่เหมาะสมเกี่ยวกับสัญญารับตั้งครรภ์แทนในประเทศไทยรายการ นโยบายภาครัฐที่มีต่อการสนับสนุนและกำกับดูแลต่อธุรกิจขายตรงในประเทศไทย(Sripatum University, 2566) รชยา ศุภนราพรรค์การศึกษาเรื่อง "นโยบายภาครัฐที่มีต่อการสนับสนุนและกำกับดูแลต่อธุรกิจขายตรงในประเทศไทย" ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาถึงผลกระทบในการสนับสนุนและการกำกับดูแลของภาครัฐที่มีต่อการดำเนินธุรกิจขายตรง และศึกษาถึงนโยบายของภาครัฐที่มีผลกระทบต่อนักธุรกิจขายตรงในประเทศไทย และผู้บริโภค โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลจากผู้ประกอบการธุรกิจขายตรงในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จำนวน 100 ชุด และเก็บรวบรวมข้อมูลจากผู้บริโภคคนสุดท้ายจำนวน 400 ชุด ประมวลผลการศึกษาด้วยคอมพิวเตอร์โปรแกรม SPSS สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ครั้งนี้คือ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบสมมติฐานโดยใช้ค่า Rcgrcssion Analysis ที่ระดับความเชื่อมั่นร้อยละ 95 และคลาดเคลื่อนได้ไม่เกินร้อยล่ะ 5รายการ การบริหารงานของคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ ระดับสถานีตำรวจ : ศึกษาเฉพาะกรณีกองบัญชาการตำรวจนครบาล(Sripatum University, 2566) จตุพร พลภักดีการวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการบริหารงานและการสนับสนุนการปฏิบัติงานตำรวจในด้านต่าง ๆ ของคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ ระดับสถานีตำรวจ ในเขตพื้นที่ต่าง ๆ ของกรุงเทพมหานคร โดยศึกษาจากกลุ่มตัวอย่างข้าราชการตำรวจ ที่สังกัดสถานีตำรวจในเขตกองบัญชาการตำรวจนครบาล แบ่งการเก็บรวบรวมข้อมูลออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม จำนวน 427 คน และจากการสัมภาษณ์ จำนวน 9 คน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมทางสถิติสำเร็จรูป SPSS สถิติที่ใช้คือ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบ Chi-square และ การทดสอบ Anovaรายการ คุณภาพชีวิตในการทำงานของข้าราชการตำรวจกองสวัสดิการ สำนักงานกำลังพล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(มหาวิทยาลัยศรีปทุม, 2566) วรฉัตร บุญสุยาการศึกษาเชิงสำรวจนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวัดระดับคุณภาพชีวิตในการทำงาน การรับรู้ความสามารถในการทำงาน ของตนเอง การรับรู้ระบบบริหาร ค่านิยมต่อการทำงาน ค่านิยมต่อราชการ และค่านิยมต่อบริการ และ ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับคุณภาพชีวิตในการทำงาน ของข้าราชการตำรวจ กองสวัสดิการ สำนักงานกำลังพล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เก็บรวบรวมข้อมูลโดยการแจกแบบสอบถามแก่ข้าราชการตำรวจทุกฝ่ายในหน่วยงานดังกล่าว 322 ชุด ได้รับการตอบกลับและนำมาประมวลผลได้ 224 ชุดคิดเป็นร้อยละ 69.9
- «
- 1 (current)
- 2
- 3
- »